เว็บไซต์ เป็นชุดหน้าเว็บ หรือ เอกสาร ที่เข้าถึงได้ โดยผ่าน ระบบอินเทอร์เน็ต เราสามารถ เข้าถึงหน้าเว็บไซต์ โดยใช้ เบราว์เซอร์ เช่น ที่อยู่เว็บไซต์ของ Google หรือ เรียกว่า URL คือ https://www.google.com/ นอกจากนี้แล้ว เรายังสามารถ เข้าถึง หน้าแรกของเว็บไซต์ ได้อย่างง่าย ๆ ด้วยการใส่ข้อความ ค้นหา ในเครื่องมือค้นหา รับทำเว็บ

เมื่อมีคนให้ ที่อยู่เว็บไซต์ หรือ คุณทำการ ค้นหา ในเครื่องมือค้นหา คุณจะถูกส่ง ไปยังหน้าแรก หรือ โฮมเพจ (Homepage) ของเว็บไซต์ ซึ่ง เป็นหน้าแนะนำ ธุรกิจ และ การนำเสนอข้อมูล จากหน้าแรก คุณสามารถคลิกลิงก์ เพื่อไปยัง ส่วนอื่น ๆ ของเว็บไซต์ได้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ผลิตภัณฑ์ (Product)
  • บริการ (Service)
  • บล็อก (Blog)
  • ติดต่อ (Contact)

ดังนั้น เว็บไซต์ จึงสามารถ ประกอบด้วย หน้าเว็บหนึ่งหน้า หรือ หลาย ๆ หน้า ก็ได้ ขึ้นอยู่กับ เจ้าของเว็บไซต์ ต้องการนำเสนอ อะไรบ้าง

Therefore, a website can consist of one web page or several pages depending on the website owner. What would you like to offer?

The website is like A book that must have a cover or front page of a website.

เว็บไซต์ จึงเปรียบเสมือน หนังสือหนึ่งเล่ม ที่ต้องมีปก หรือ หน้าแรก ของเว็บไซต์ เพื่ออธิบาย ธุรกิจของเรา ซึ่ง สามารถประกอบไปด้วย ข้อมูลประเภทใดก็ได้ ที่ต้องมี

  • ข้อความ (text)
  • สี (color)
  • กราฟิก (graphic)
  • ภาพเคลื่อนไหว (video)
  • เสียง (sound)

ทำไมคนถึงต้องเข้าเว็บไซต์

โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว คนส่วนใหญ่ เข้าชมเว็บไซต์ ด้วยเหตุผล 2 ประการ ด้วยกัน เพื่อหา ข้อมูลที่ต้องการ เช่น นักเรียน ที่กำลังมองหา ข้อมูล หรือ รูปภาพ ประกอบรายงาน หรือ คนที่กำลัง ค้นหาร้านค้า ที่อยู่ใกล้ตัว มากที่สุด เป็นต้น

เพื่อซื้อสินค้า หรือ บริการ ผู้เข้าชม อาจต้องการ ซื้อซอฟต์แวร์ ที่ขายดี หรือ ล่าสุด , ดาวน์โหลดโปรแกรม ซอฟต์แวร์ และ เข้าร่วมการสนทนาออนไลน์ เกี่ยวกับ งานอดิเรก ที่ชื่นชอบ เป็นต้น

ประโยชน์ของเว็บไซต์

  1. การแสดงตนออนไลน์ ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

การมีเว็บไซต์ หมายความว่า ลูกค้า จะสามารถค้นหาคุณ ได้ทุกที่ ทุกเวลา ถึงแม้ว่า นอกเวลาทำการ ก็ตาม ช่วยให้ผู้ใช้ สามารถเข้าถึง ข้อมูล ที่ต้องการได้ อย่างสะดวกสบาย ในบ้านของตนเอง โดยไม่มีการกดดัน เพื่อให้ลูกค้า ได้เลือกซื้อสินค้า

  1. การแลกเปลี่ยนข้อมูล

เว็บไซต์ เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่ทำให้ การสื่อสารข้อมูล ระหว่างผู้ซื้อ และ ผู้ขาย ง่าย และ รวดเร็ว มากยิ่งขึ้น คุณสามารถ แสดงเวลาเปิดทำการ , ใส่ข้อมูลการติดต่อ , แสดงภาพสถานที่ หรือ ผลิตภัณฑ์ของคุณ เพื่ออำนวยความสะดวก ในการสอบถามข้อมูลจากลูกค้า นอกจากนี้ คุณยังสามารถ อัปโหลดวิดีโอ โปรโมต เพื่อดึงดูดลูกค้า และ ขายผลิตภัณฑ์ หรือ บริการของคุณ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นวิธีที่ดี ในการโปรโมต โซเชียลมีเดีย ของคุณ และ สร้างชุมชน กับลูกค้า ของคุณอีกด้วย

  1. สร้างความน่าเชื่อถือ

ในโลกสมัยใหม่ คนส่วนใหญ่ คาดหวังว่า บริษัทต่าง ๆ จะสามารถ ให้บริการข้อมูล ผ่านทางช่องทาง ออนไลน์ได้ ดังนั้น การมีเว็บไซต์ และ ที่อยู่อีเมล ก็เหมือนกับ การมีหมายเลขโทรศัพท์ หรือ ที่อยู่ที่สามารถ สร้างความมั่นใจ ให้กับลูกค้าได้ โดยเว็บไซต์ เป็นเครื่องมือ ที่มีประโยชน์ ในการแบ่งปันข้อมูล เกี่ยวกับธุรกิจ ให้กับลูกค้าของคุณ ยิ่งไปกว่านั้น การมีเว็บไซต์ ที่ใช้งานง่าย และมีคุณภาพ จะทำให้ลูกค้า รู้สึกสบายใจ ในการใช้บริการของคุณ

  1. ขยายตลาด

เนื่องจากเว็บไซต์ของคุณ สามารถเข้าถึง ทุก ๆ คน ทั่วโลกได้ ทำให้ขจัดอุปสรรค ทางภูมิศาสตร์ ได้ง่ายกว่าที่เคย เพราะทุก ๆ คน จากทุก ๆ ประเทศ จะสามารถค้นหา บริษัทของคุณได้

  1. ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค

เครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์ จะเป็นตัวช่วย ให้คุณสามารถ ระบุได้ว่า ลูกค้าของคุณ คือ ใคร , พวกเขาพบคุณได้อย่างไร หรือ สิ่งที่พวกเขาชอบ เป็นต้น เพื่อนำไปปรับใช้ ให้เข้ากับธุรกิจ และ เพิ่มการสั่งซื้อ ผ่านเว็บไซต์ ให้ดียิ่งขึ้น การตลาดออนไลน์

ความหมายของเว็บไซต์และองค์ประกอบต่าง ๆ

เว็บไซต์ (Website) หมายถึง หน้าเว็บเพจ ที่จัดทำขึ้น เพื่อนำเสนอ ข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทาง คอมพิวเตอร์ และ อินเทอร์เน็ต โดยจะมี หน้าเว็บเพจหลาย ๆ หน้าที่เชื่อมโยงเข้ากับ ไฮเปอร์ลิ้งค์ เพื่อให้สามารถ เปิดไปยัง หน้าเพจต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย และ ถูกจัดเก็บไว้ใน www. (เวิลด์ไวด์เว็บ)

โดยเว็บไซต์ ส่วนใหญ่นั้น ก็มีทั้ง เว็บไซต์ที่เปิด ให้เข้าชมได้ฟรี และ เว็บไซต์ ที่ต้องสมัครสมาชิก และ เสียค่าบริการ จึงจะเข้าใช้งาน เว็บไซต์ได้ ซึ่งข้อมูล ในเว็บไซต์ ก็จะมีอย่างหลากหลายแบบ ขึ้นอยู่กับ ความต้องการ นำเสนอ ของเจ้าของเว็บไซต์ การเรียกดู เว็บไซต์ จะเรียกดู ผ่านทางซอฟต์แวร์ ในลักษณะ ของเบราว์เซอร์

  • เว็บเบราว์เซอร์ (Web browser) คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในการท่องเว็บ และ มีการจัดเก็บข้อมูล สารสนเทศต่าง ๆ ด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษา HTML ซึ่ง ก็เปรียบเสมือนกับ เป็นเครื่องมือ ที่ใช้ในการติดต่อ กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า เวิลด์ ไวด์ เว็บ (www.)

นอกจากนี้ ยังสามารถ ดูเอกสาร ในเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้ ไม่ว่าเว็บเหล่านั้น จะแสดงข้อมูล ในลักษณะของภาพ ระบบมัลติมีเดีย รูปภาพ หรือ ข้อความ ในปัจจุบัน เว็บเบราว์เซอร์ ที่รองรับระบบ HTML 5 สามารถอ่าน CSS 3 ได้อย่างสวยงาม และ กำลังได้รับ ความนิยม อย่างมากที่สุด มี 4 ประเภทดังนี้

  • Internet Explorer
  • Mozilla Firefox
  • Google Chrome
  • Safari
  • โฮมเพจ (Home Page) ก็คือ หน้าแรก ของเว็บไซต์ เมื่อเปิดเข้าไป ยังเว็บไซต์ใด เว็บไซต์หนึ่ง โดยหน้าแรกนี้ จะรวมเมนู และ เรื่องราวต่าง ๆ ไว้มากมาย ซึ่งก็มีความสำคัญ เป็นอย่างมาก เพราะหากหน้าแรก มีการออกแบบ ได้อย่างสวยงาม และจัดหน้า อย่างเป็นระเบียบ ก็จะทำให้ผู้ชม เกิดความสนใจ และอยากเข้าชม เว็บไซต์นั้น ๆ มากยิ่งขึ้น
  • เว็บเพจ (Web Page) ก็คือ หน้าเอกสารต่าง ๆ ที่อยู่ในรูป ของ HTML โดยจะนำเสนอข้อมูล หรือ เรื่องราวต่าง ๆ เป็นหน้า ๆ ไป และใช้การเชื่อมโยง เพื่อให้สามารถ คลิกไปหน้าเว็บเพจ แต่ละหน้าได้อย่างง่าย มากยิ่งขึ้น
  • เว็บ Static คือ เว็บที่แสดงผล เพื่อให้ความรู้ หรือ ข้อมูลแก่ ผู้เข้าชมเว็บ เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถโต้ตอบ หรือรับส่งข้อมูล กับผู้ที่เข้าชมเว็บได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เว็บไซต์ประเภทนี้ ก็จะเป็นเว็บ Gallery รูปภาพ เว็บของบริษัทหรือ องค์กรต่าง ๆ และเว็บให้ความรู้ทั่วไป
  • เว็บ Dynamic เป็นเว็บไซต์ ที่สามารถตอบโต้ และ รับส่งข้อมูล ระหว่างผู้เข้าชม กับเว็บไซต์ได้ ซึ่งเว็บเหล่านี้ ส่วนใหญ่ ก็จะมีระบบเว็บบอร์ด รวมไปถึง Social Media ประเภทต่าง ๆ มีการสมัครสมาชิก หรือ เป็นเว็บขายสินค้าออนไลน์ ที่มีระบบแชทกับผู้ขาย เป็นต้น
  • Web Service เป็นบริการด้านข้อมูล ที่สามารถดึงข้อมูล ของอีกเว็บหนึ่ง ไปแสดงผลในอีกเว็บหนึ่งได้
  • โฮส (Hosting) เป็นพื้นที่ ของคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ที่ทางผู้ให้บริการ ได้ทำการจัดสรรมาให้เช่า โดยส่วนใหญ่ จะมีการให้เช่า เป็นแบบรายเดือน รายปี หรือ ตามแต่ผู้ให้บริการกำหนด
  • อินเตอร์เน็ต (Internet) เป็นตัวกลาง ในการเชื่อมต่อ ให้ผู้คนสามารถ ท่องเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย และช่วยให้ กลุ่มองค์กร ธุรกิจ หรือ บริษัทสามารถนำเสนอข้อมูล ของตนเอง ลงบนอินเทอร์เน็ต ผ่านทางเว็บไซต์ เป็นการให้ความรู้ และแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ต่อกันได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์

นอกจากการสร้างเว็บไซต์ ขึ้นมาแล้ว ยังคงต้องมี การพัฒนาเว็บไซต์บ่อย ๆ เพื่อให้มีความทันสมัย และทันต่อเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลงไปเสมอ โดยมีขั้นตอน ในการพัฒนาเว็บไซต์ ดังนี้

  1. กำหนดวัตถุประสงค์ ว่าต้องการพัฒนา เว็บไซต์อย่างไรบ้าง เน้นเนื้อหาเว็บไซต์ เกี่ยวกับอะไร และพัฒนา ในส่วนไหนอย่างไร
  2. กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ที่ต้องการ ให้เข้าชมเว็บมากที่สุด เพื่อจะได้เลือก วิธีการนำเสนอ การใช้กราฟิก รูปภาพ และ โทนสี ได้อย่างเหมาะสม
  3. เตรียมแหล่งข้อมูล ที่จะนำเนื้อหา สาระมานำเสนอ ซึ่ง แหล่งข้อมูล เหล่านี้ จะต้องมีความน่าเชื่อถือ และ ครบถ้วนสมบูรณ์
  4. เตรียมบุคลากร ที่มีความสามารถ ในด้านการพัฒนาเว็บไซต์ ให้พร้อม โดยจะมีกี่คนก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่า ต้องการบุคลากร ดูแลในด้านใดบ้าง
  5. เตรียมทรัพยากร ที่จำเป็นต้องใช้ สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ เช่น โปรแกรมต่าง ๆ มัลติมีเดีย เป็นต้น
  6. เริ่มลงมือสร้าง ข้อมูลครบ ทั้งหมดแล้ว จึงนำข้อมูลที่ได้ มาสร้างเป็นเว็บไซต์ เพื่อให้เหมาะสมกับ 5 ข้อด้านบน
  7. ปรับปรุงพัฒนา หลังจากทำเว็บไซต์เสร็จแล้ว ควรมีการทำการตลาดออนไลน์ ปรับปรุง SEO มีการดูแลเว็บไซต์ให้เหมาะสม เพื่อส่งเสริมวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน เพราะเว็บไซต์ที่ดีที่สุด คือเว็บไซต์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ ส่วนเว็บไซต์ที่สร้างเสร็จ คือเว็บไซต์ที่ตายไปแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *