นายกฯ สั่งปลูกผักชีในที่ทหาร แก้ปัญหาหลังราคาพุ่งกิโลกรัมละ 400 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว. เกษตร และ สหกรณ์ เผยว่า ในการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

ได้แสดงความห่วงใย ราคาพืชผล เกษตร โดยเฉพาะ ผักชี ที่มีราคาแพง ถึง กิโลกรัม ละ 400 บาท นั้น นายกฯ ได้สั่งการ ในที่ประชุม ครม. ให้นำพื้นที่ ของทหาร มาปลูกผักชี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ ค่าใช้จ่าย ของประชาชน ที่ต้องบริโภค พืชผักสวนครัว ที่นำมา ประกอบอาหาร เสือมังกร

กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่า ผักที่มีราคาปรับสูงขึ้น จะเป็นกลุ่มพวก ผักชี เป็นหลัก ซึ่งเป็นผัก ที่มีความอ่อนไหว ต่อน้ำ และสภาพอากาศสูง ทำให้ได้รับผลกระทบมาก เป็นผักตบแต่ง ไม่ใช่ผักหลัก ในการบริโภค

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ติดตาม แก้ไขปัญหา สาเหตุ ที่ต้นตอ หาแนวทาง ช่วยบรรเทา ความเดือดร้อน ผู้บริโภค เกษตรกร รวมถึงร้านค้า ร้านอาหาร จำหน่ายอาหารสำเร็จ ให้สามารถ จัดซื้อผัก ได้ในราคา ที่เหมาะสม เชื่อว่า อีกไม่นาน เมื่อสถานการณ์ คลี่คลาย ราคาผัก จะกลับเข้าสู่ ความสมดุล ตามกลไก ตลาดอีกครั้ง

ผักชี (coriander)

ผักชี (coriander) หรือ ไชนีสพาสย์เลย์ (Chinese parsley) เป็นผัก (vegetable) และเป็นพืชสมุนไพร มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า คอร์เรียนดรัม ซาติวัม (Coriandrum sativum L.) จัดอยู่ในวงศ์ อัมเบลลิฟีรี้ (Umbelliferae)

มีชื่อพื้นบ้านว่า ผักชีไทย ผักชีลี ผักชีลา ผักหอม ผักชีไร่ ผักหอมน้อย ผักชีมีชื่อเรียกหลายชนิด แตกต่างกันไป ตามพื้นที่ปลูก เช่น ภาคเหนือ เรียกว่า ผักหอมป้อม และ ผักหอมผอม , ภาคอีสาน เรียกว่า ผักหอมน้อย และ ที่นครพนม เรียกว่า ผักหอม

ผักชี เป็นพืชล้มลุก สามารถปลูกได้กับ ดินแทบทุกชนิด แต่จะชอบดินร่วน มากกว่า หรือ ดินที่มีการระบายน้ำเป็นอย่างดี ปลูกได้ทั่วทุกภาค ของประเทศไทย ในดิน ที่มีความชื้น พอสมควร ผักชีเป็นล้มลุก มีอายุสั้น ประมาณ 40 วัน ถึง 60 วัน ก่อนถอน ผักชีควรรดน้ำ ให้ดินชุ่มชื้นก่อน เพื่อสะดวก ในการถอน ควรถอนด้วยมือ เพื่อที่จะได้ ติดทั้งต้น และราก

การใช้เป็นอาหาร

ทุกส่วนของผักชี สามารถนำมา ใช้ประโยชน์ได้ ตั้งแต่ ส่วนของ ใบ ก้าน ราก นิยมนำมาบริโภค เป็นผักสด และใช้เป็น ส่วนประกอบอาหาร ได้หลายชนิด และยังช่วย ทำให้อาหาร มีกลิ่นหอม รสชาติดีอีกด้วย ผักชีที่ปลูกกัน อย่างแพร่หลาย ในประเทศไทยมี 2 ชนิดคือ

  1. พันธุ์พื้นเมือง มีลักษณะใบบาง ต้นเล็ก เมล็ดเล็ก ออกดอกเร็ว อายุสั้น มีกลิ่นหอมมากจนฉุน
  2. พันธุ์อาฟริกา มีลักษณะใบใหญ่หนา ต้นใหญ่ กลิ่นหอมเล็กน้อย อายุยาวนานกว่าพันธุ์พื้นเมือง

ผลซึ่งเรียกว่า ลูกผักชี ใช้เป็นเครื่องเทศ คุณค่าทางโภชนาการ ของผักชี ใบสด ประกอบด้วย โปรตีน เส้นใย ฟอสฟอรัส บีตา – แคโรทีน ผล หรือ ลูกผักชี มีน้ำมันหอมระเหย (1.8%)

ประกอบด้วย สารลินาโลออล (linalool) เป็นส่วนใหญ่ มีน้ำมันไม่ระเหย 13% มีสารสำคัญ ชื่อ คอเรียนดรอล (coriandrol) มีแทนนิน และ แคลเซียมออกซาเลต และ มีสารเอสโตรเจน (plant estrogen) สรรพคุณในทาง เป็นสมุนไพรของผักชี

หน้าที่ใบผักชี

  • ช่วยย่อย
  • บำรุงกระเพาะอาหาร
  • เจริญอาหาร
  • ขับลมขับพิษ
  • แก้หวัด
  • ขับเหงื่อ
  • ช่วยย่อยอาหาร
  • ลดน้ำตาลในเลือด
  • แก้โรคหัด
  • พอกทาแก้ผื่นคัน
  • แก้ไฟลามทุ่ง
  • แก้ตับอักเสบ
  • ลดการปวดบวมข้อ
  • ต้มดื่มแก้ไอ
  • แก้หวัด
  • อาหารเป็นพิษ
  • แก้สะอึก
  • กระตุ้นการทำงานของเลือดพลาสมา และกล้ามเนื้อ
  • มีสารต้านมะเร็ง
  • ต้านแบคทีเรีย
  • เชื้อรา และไข่ของแมลง

จึงใช้เพื่อการถนอมอาหาร ราก เป็น กระสายยา กระทุ้งพิษไข้หัว เหือดหัด อีสุกอีใส อีดำอีแดง

  1. ผักชี

ผักชี หรือ ผักชีไทย หรือ ผักชีลา (Coriander / Cilantro) ภาคเหนือ เรียกว่า ผักหอมป้อม ภาคอีสาน เรียกว่า ผักหอมน้อย เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ขอบใบหยักลึก เข้าหากลางใบ ใช้ใบแต่งกลิ่นอาหารไทย เช่น

  • ลาบ
  • ก้อย
  • แกงจืด
  • ต้มยำ
  • หรือกินแกล้มกับสาคู
  • ข้าวเกรียบปากหม้อ
  • หรือไส้กรอกอีสาน
  1. ผักชีฝรั่ง

ผักชีฝรั่ง หรือ ผักชีใบยาว หรือ ผักหอมแป้น หรือ ผักชีใบเลื่อย หรือ ผักชีดอย หรือ ผักหอมเป หรือผักหอมเทศ (Culantro, Long Coriander, Sawtooth Coriande) ลักษณะเป็นใบรียาว และขอบหยัก ด้วยกลิ่นหอมฉุน จึงนิยมใช้แต่งกลิ่นอาหารคาว เช่น

  • พวกลาบ
  • ก้อย
  • กุ้งฝอยเต้น
  • ยำหนังหมู
  • ซุปหน่อไม้
  • ซุปขนุน
  • ต้มแซ่บ
  • ซกเล็ก
  1. ผักชีลาว

ผักชีลาว (Dill) ใบเป็นเส้นฝอย กลิ่นหอม ดอกเป็นสีเหลือง ใช้ใบสด และใบแห้ง โรยบนปลา เพื่อดับกลิ่นคาว ใส่ในแกงลาว อย่างเช่น แกงอ่อม แกงหน่อไม้ หรือใส่ในห่อหมก น้ำพริกปลาร้า เป็นต้น

  1. ผักชีล้อม

ผักชีล้อม (Water Dropwort) ภาคกลาง กับ ภาคเหนือ จะเรียกว่า ผักอ้น หรือ อ้นอ้อ (เชียงใหม่) และผักหนอกช้าง (น่าน) ใบแบนรี ขอบใบเป็นจักคล้ายฟันเลื่อย ดอกเป็นช่อสีขาว กลิ่นหอมฉุน มีรสร้อนแรง ยอดอ่อน นิยมใช้กินเป็นผักสด แกล้มกับน้ำพริก ขนมจีน ส้มตำ ยำ และลาบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *