เลือกเฟอร์นิเจอร์อย่างไร ให้เหมาะสมกับห้อง และการใช้งาน รู้กันดีอยู่แแล้ว ว่าการเลือกเฟอร์นิเจอร์นั้น ช่วยเสริมสร้างสไตล์ และช่วยให้การตกแต่งภายในบ้าน ให้ดูสวย อีกทั้งหากมีพื้นที่เล็ก ๆ แต่ได้รับการออกแบบ ให้สอดคล้อง ไปกับไลฟ์สไตล์ และพื้นที่

นอกจากการอำนวยความสะดวกสบายแล้ว เฟอร์นิเจอร์ ยังสะท้อนให้เห็นถึง สไตล์ และรสนิยม ของผู้แต่งบ้านด้วย การเลือกเฟอร์นิเจอร์ มีเกณฑ์ประกอบการพิจารณา หลาย ๆ อย่าง ทั้งขนาดพื้นที่ห้อง สไตล์การตกแต่ง และการใช้งาน ลองมาดู 3 ข้อที่เรานำมาฝากกัน ออกแบบบ้าน

3 เทคนิคเลือกเฟอร์นิเจอร์

  1. ขนาดพื้นที่ห้อง

สำหรับแบบบ้าน ที่มีขนาดใหญ่ แต่ละห้องพื้นที่เยอะ ก็ไม่ต้องคิดหนัก สามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์ ได้ตามความชอบใจ แต่ก็ต้องดูความเหมาะสม ของห้องด้วย เช่น พื้นที่ห้องรับแขกใหญ่มาก แต่เลือกโซฟาตัวเล็กนิดเดียว ก็ทำให้ดูไม่สง่า และไม่สมกับประสิทธิภาพ ของพื้นที่ที่เรามีอยู่

แต่ถ้าพื้นที่ห้องเล็ก แคบ ก็ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ ที่ประหยัดพื้นที่ หรือถ้าเป็นไปได้ อาจทำบิ้วท์อิน เพื่อการใช้งานที่ครบถ้วน และดูเป็นที่เป็นทาง เช่น ชั้นวางของในห้องนอน ที่มีขนาดเล็ก ก็อาจบิ้วท์ตู้ลอยจากพื้น เพื่อไม่ให้ดูเกะกะมากนัก

  1. สไตล์การตกแต่ง

ต้องอาศัยการสังเกต และศึกษาสไตล์ต่าง ๆ อาจเปิดอินเตอร์เน็ต หรือนิตยสาร ดูว่าสไตล์ต่าง ๆ มีลักษณะ รายละเอียดอย่างไร เช่น ถ้าชอบการรตกแต่งภายในบ้าน สไตล์คันทรี่หน่อย ๆ ก็ไม่ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ ที่เป็นสเตนเลส หรือกระจก เพราะจะดูโมเดิร์นเกินไป

หรือถ้าชอบการตกแต่งภายใน สไตล์หวาน ๆ วินเทจ ๆ ก็ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ ในโทนสีพาสเทล สว่าง ๆ เป็นเปอร์เซ็นต์มากกว่า โทนสีมืดมากหน่อย ทั้งนี้ ทั้งนั้น เราก็ยังสามารถผสมผสาน สไตล์ต่าง ๆ ให้เข้ากันได้บ้าง ตามแต่ความชอบ และเซ้นส์ของแต่ละคน

  1. การใช้งาน

เลือกเฟอร์นิเจอร์ ให้ครบกับการใช้งาน ของห้องแต่ละห้อง ซึ่งแต่ละห้อง ควรจะมีเฟอร์นิเจอร์สำคัญ ๆ ดังนี้

  • ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญ ที่จะขาดไม่ได้เลย คือ โซฟา และเก้าอี้ ลำดับแรก คือ การเลือกขนาด ให้เหมาะกับพื้นที่ห้อง ถ้าห้องพื้นที่น้อย การใช้โซฟา แบบสองที่นั่ง จะประหยัดพื้นที่ และสะดวก ต่อการนั่งสนทนา ตั้งแต่ 2 คน อาจใช้เก้าอี้เสริม ที่ยกเก็บได้ ในเวลาที่แขกมาเยอะ

โซฟาขนาดสามที่นั่ง น่าจะเหมาะกับห้อง ที่มีพื้นที่พอสมควร และต้องการ การใช้งาน เพื่อนอนชั่วคราว ในบางครั้ง ส่วนการกำหนดความสูง เตี้ย ของโซฟานั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจ และรสนิยม ของเจ้าของบ้าน ก่อนซื้อ ควรมีการทดลองนั่งก่อน ว่าสบายถูกใจหรือไม่

โต๊ะ ต้องคำนึงถึง วัตถุประสงค์ ของการใช้เสียก่อน เช่น หากเลือกเป็นโต๊ะอาหารนั้น ควรมีความสูงประมาณ 724 มม. และเก้าอี้ ต้องมีความสูงรับกันพอดี ส่วนโต๊ะเตี้ย ที่วางใกล้โซฟา หรือเก้าอี้นั้น จะต้องรู้ว่าจะใช้ทำอะไร เช่น วางโคมไฟ ที่เขี่ยบุหรี่ หรือวางถ้วยกาแฟ เป็นต้น

แล้วเลือกให้มีความสูงที่เหมาะสม นอกจากนี้ ถ้าเลือกเก้าอี้ไม่มีเท้าแขน การเลือกโต๊ะที่มาเข้าคู่ อาจเตี้ยระดับเบาะรองนั่งได้ แต่ถ้ามีเท้าแขน โต๊ะก็ควรอยู่ต่ำกว่าเท้าแขนประมาณ 1-2 นิ้ว เพื่อความสะดวกในการหยิบของ

หิ้งและชั้นเก็บของ ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า ว่าเราต้องใช้เก็บอะไรบ้าง และต้องเก็บมากเท่าไร และสามารถดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งานได้หรือไม่ อาจซื้อตู้เป็นแบบลอยตัวมาตั้งไว้ หรือบิ้วท์ตู้ให้ดูเรียบร้อยไปเลย ตามแต่ความชอบของแต่ละคน

  • ห้องรับประทานอาหาร เป็นพื้นที่ ที่สมาชิกในครอบครัว ใช้งานกันพร้อมหน้า พร้อมตา เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้ จึงต้องจัดให้มีความเหมาะสม เพื่อรองรับทุกคน ในบ้านได้ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง คือ จำนวนที่นั่ง เพราะจะส่งผลถึง ขนาดเก้าอี้ และโต๊ะที่เหมาะสม กับพื้นที่ห้อง สำหรับเก้าอี้ เมื่อเลือกขนาดได้แล้ว ควรทดลองนั่งดูก่อน ความสูงของเก้าอี้ ควรจะพอเหมาะ ที่จะทานอาหารบนโต๊ะ ได้อย่างสะดวก

มีพนักที่ไม่เอนมากเกินไป หากเก้าอี้เป็นคนละเซ็ตกับโต๊ะ ควรเช็คขนาดให้ดี เพื่อให้เก้าอี้สามารถสอดเก็บใต้โต๊ะได้ สำหรับโต๊ะ เมื่อเลือกขนาดแล้ว ก็มาถึงเรื่องวัสดุผิวหน้าของโต๊ะอาหาร ควรจะมีความคงทน ไม่ชำรุดง่าย และทำความสะอาดได้สะดวก เช่น พลาสติกหรือกระจก ซึ่งช่วยป้องกันการขีดข่วนได้ แต่ถ้าชอบไม้ ก็ต้องดูแลรักษามากกว่าแบบอื่น

  • ห้องนอน การจัดห้องนอนจึงขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าของห้องเป็นสำคัญ แต่ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย การเลือกเตียง ควรมีขนาดที่พอดี ถ้าห้องเล็ก ก็ต้องยอมลดขนาด ของเตียงให้เล็กลง เพื่อให้มีพื้นที่ในห้อง เหลือพอที่จะใช้เป็นทางเดิน และทำความสะอาดได้สะดวก

แต่ทั้งนี้ก็ต้องสามารถ นอนได้สบายอยู่ การเลือกเตียงแบบมีขาเป็นที่นิยมในสมัยนี้ เพราะทำให้ดูโปร่งโล่ง และทำความสะอาดได้ ไม่เก็บฝุ่น แต่บางคนชอบเตียงทึบ เพราะดูแข็งแรง ก็แล้วแต่ความนิยม

ตู้เสื้อผ้ามีความกว้างที่นิยมคือ 60 เซนติเมตรและมีความสูง 180 – 200 เซนติเมตร ขนาดของตู้แต่ละช่วงก็ควรจะมีขนาดประมาณ 45-60 เซนติเมตร เพราะเป็นขนาดที่สามารถ ทำบานตู้ติดได้สัดส่วนพอดี ซึ่งบานตู้ควรจะมีขนาดเปิดได้กว้างมองเห็นภายในตู้ได้ทั้งหมด

แต่ถ้าห้องนอนมีขนาดแคบ ควรใช้บานตู้แบบเลื่อน ตู้เสือ้ผ้าที่มีกระจกเงาติดที่บานตู้ ก็ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ ในกรณีที่พื้นที่ไม่พอที่จะวางโต๊ะเครื่องแป้ง หรือกระจกเต็มตัวต่างหาก นอกจากนี้ภายในตู้เสื้อผ้าผู้หญิงและผู้ชายก็ไม่เหมือนกัน เพราะมีเครื่องใช้แตกต่างกัน

ผู้หญิงจะมีชุดเสื้อผ้า ที่ยาวกว่าฉะนั้น ที่แขวนเสื้อจะต้องสูงกว่า คือ มีความสูงประมาณ 170-180 เซนติเมตร ส่วนตู้ของผู้ชาย อาจจะจัดเป็นสองช่วงคือ สำหรับแขวนเสื้อข้างบน และแขวนกางเกงข้างล่าง

  • ห้องทำงาน ถ้าเป็นการทำงานแบบจริงจัง และมีการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ควรเลือกโต๊ะที่มีที่วางแป้นพิมพ์แบบลิ้นชัก ส่วนเก้าอี้ ก็ควรเป็นเก้าอี้ นั่งทำงาน โดยเฉพาะ เพื่อรองรับแผ่นหลังและสรีระ แต่ถ้านั่งทำงานแบบนั่งเขียน การเลือกชุดโต๊ะทำงาน ก็สามารถเลือกได้ยืดหยุ่นกว่า

อาจเลือกแบบตามความชอบได้เลย นอกจากโต๊ะและเก้าอี้ ชั้นวางหนังสือก็เป็นเฟอร์นิเจอร์ ชิ้นสำคัญมาก ควรเลือกแบบที่มีโครงสร้างแข็งแรง เพราะต้องรองรับหนังสือปริมาณมาก ถ้ากลัวฝุ่นเยอะ ก็ควรเลือกตู้แบบมีบานปิดตู้ แต่ถ้าชอบแบบโปร่งๆโล่งๆ ก็เลือกชั้นที่ไม่มีแผ่นปิดด้านหลังตู้ อาจทำมาจากสเตนเลส เหล็กที่โครงสร้างสวยงาม ก็ทำให้ห้องทำงานดูทันสมัยดี

แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว รสนิยมของแต่ละท่าน อาจจะจับโน้นผสมนี้ จัดออกมาแล้วเอาเป็นว่าคนอยู่อาศัยในบ้านชอบละกันนะจ๊ะ เพราะว่าการออกแบบ และตกแต่งบ้านนั้น มันมาจากข้างในจิตใจ ของผู้สร้างสรรค์งาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *